โรมแรมที่พักขอนแก่น พร้อมความสะดวกสบาย ครบครัน

ภูเวียงตำนานแห่งไดโนเสาร์ระดับโลก


อย่างที่รู้กันดีว่าในอดีตเมื่อ 65 ล้าปีก่อนนั้น โลกของเราถูกปกครองด้วยเผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์ สัตว์ดึกดำบรรค์ที่มีชีวิตปกครองโลกอยู่อย่างยาวนาน

เผ่าพันธุ์ไดโนเสาร์นี้มีด้วยกันหลายสายพันธุ์ มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไป จนถึงคราวที่มนุษย์ได้กำเนิดขึ้นไดโดนเสาร์จึงได้สูญพันะุ์ไปเมื่อ 60 ล้าปีก่อน

แรกสุด คงต้องยกเครดิตให้กับภูเวียง จ.ขอนแก่น เป็นที่แรกที่มีการขุดค้นเรื่องไดโนเสาร์ในไทย (ต่อมาได้แยกออกมาเป็น อ.เวียงเก่า หลุมขุดค้นเลยอยู่ใน อ.เวียงเก่าด้วย)

โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2519 มีหลุมขุดค้น 9 หลุม และพบกระดูกไดโนเสาร์มากมาย รวมทั้งซอโรพอด(คอยาว ตัวใหญ่ กินพืช) ชนิดใหม่ของโลกที่ชื่อ ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรเน ด้วย

นอกนั้นยังเจอฟันของไดโนเสาร์กลุ่มสไปโนซอร์ สกุลและชนิดใหม่ของโลก จึงตั้งชื่อว่า สยามโมซอรัส สุธีธรนี อีกทั้งยังพบรอยตีนของไดโนเสาร์ขนาดเล็กที่พลานป่าชาด ในอุทยานแห่งชาติภูเวียงอีกด้วย

ที่กาฬสินธุ์นั้น ยังมีร่องรอยของไดโนเสาร์ที่ปรากฏในรูปรอยตีนที่ถือว่าชัดเจน มีหลายรอย และเห็นเป็นทิศทางการเดินที่ชัดเจน ปรากฏบนลานหินในลำธารของวนอุทยานภูแฝก

เห็นเป็นรอยตีนไดโนเสาร์ขนาดใหญ่จำนวน 7 รอย เดินในทิศทางเดียวกันคือเดินข้ามลำธารน้ำ ซึ่งไม่เคยเจอรอยตีนไดโนเสาร์ขนาดใหญ่อย่างนี้มาก่อนที่มีมากมายแบบนี้

ก่อนหน้านี้เคยเจอรอยตีนไดโนเสาร์ชนิดนี้ที่ภูหลวง แต่เจอเพียง 2 รอยเท่านั้น จากรอยตีนที่ปรากฏทำให้นักบรรพชีวินคาดเดาขนาดของเจ้าของรอย

และชนิดอย่างคร่าวๆ(ไม่แม่นยำเท่ากับการพบเจอกระดูก) ว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์ชนิดกินเนื้อ สายพันธุ์เดียวกับพวกทีเรกซ์

แต่ถ้าขึ้นมาจนติดแม่น้ำโขง ในเขต ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ริมทางหลวงหมายเลข 212 บนลานหินทรายที่เป็นแผ่นราบเรียบ ปรากฏรอยตีนไดโยเสาร์มากมาย ร่วม 200 กว่ารอย

เดินกันขวักไขว่ไปมามากมายบนลานหิน นักบรรพชีวินได้ศึกษาจากรอยตีนแล้วบอกว่าเป็นรอยตีนของไดโนเสาร์พวกเทอร์โรพอต และไดโนเสาร์ออร์นิโธนิโมซอ หรือไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ


ซึ่งพวกนี้อยู่รวมกันเป็นฝูง ออกล่าและหากินเป็นฝูง การพบเห็นรอยตีนที่ถือว่ามากสุดในประเทศขณะนี้ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า พื้นที่ตรงนี้เคยเป็นชายน้ำมาก่อน อาจจะเป็นริมแม่น้ำ ริมบึงน้ำ

ที่ไดโนเสาร์เดินย่ำลงมา แล้วปรากฏรอยตีนขึ้น เมื่อรอยตีนแห้ง ก็จะปรากฏเป็นร่องรอย เมื่อน้ำมาอีกก็จะพัดมาเอาตะกอนดินถมไปในร่องรอยตีน

แล้วพื้นดินก็เกิดการทับถมกัน ตามรูปแบบของการเกิดหินตะกอนทั้งหลาย(หินทรายเป็นรูปแบบหนึ่งของหินตะกอน) เมื่อชั้นหินแตก(กรณีบ้านพนอมเกิดจากการก่อสร้างทาง)

จะมีแผ่นหนึ่งด้านบนที่ประกบทับหลุดหายออกไป ทำให้เห็นรอยตีนที่เป็นลักษณะกดทับปรากฏให้เห็น

จะเห็นว่าร่องรอยของไดโนเสาร์ที่ปรากฏในภาคอีสานบ้านเรา มีตั้งแต่อายุมาก เรื่อยมาจนอายุน้อย ยังมีการขุดพบเจอที่นครราชสีมา

ซึ่งพบเจอส่วนมากในบ่อทรายแม่น้ำมูลเก่า หรือสัตว์ร่วมสมัยกับไดโนเสาร์อย่างปลาโบราณที่ภูน้ำจั้นที่มีอายุราว 150 ล้านปีมาแล้ว ฯลฯ

เหล่านี้ทำให้เรารู้ว่าแผ่นดินภาคอีสานของไทย ก็ล้วนแล้วแต่เป็นอาณาจักรของไดโนเสาร์มาก่อนทั้งสิ้น การขุดค้นพบแหล่งซากไดโนเสาร์ นอกจากจะเป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าบรรพชีวินแล้ว

ยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทรงคุณค่า ไม่ใช่ทุกประเทศจะมีซากไดโนเสาร์ บางประเทศเป็นแผ่นดินเกิดใหม่หลังจากที่ไดโนเสาร์ตายไปแล้ว ก็จะไม่ปรากฏร่องรอยของไดไนเสาร์

จึงถือเป็นความโชคดีของประเทศไทย การตามรอยไดโนเสาร์ยังไม่สิ้นสุดเพียงนี้ เพราะในอนาคตจะยังมีการค้นพบกระดูกและร่องรอยไดโนเสาร์เกิดขึ้นอีกแน่นอน บนแผ่นดินที่ทรงคุณค่า แผ่นดินอีสานบ้านเรา….