โรมแรมที่พักขอนแก่น พร้อมความสะดวกสบาย ครบครัน

วัดพระบาทภูพานคำ

เป็นวัดที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่บนยอดภูพานคำ ใกล้ทางเข้าเขื่อนอุบลรัต…ตั้งบริเวณไหล่เขาภูพานคำ อำเภออุบลรัตน์ เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองในมณฑป และ พระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ หรือหลวงพ่อใหญ่ สูง 14 เมตร อยู่บนยอดเขา มีบันไดทางขึ้นจากลานวัดไปยังยอดเขาจำนวน 1,049 ขั้น หรือจะขับรถยนต์ขึ้นไปถึงยอดเขาก็ได้ บนยอดเขามองเห็นทัศนียภาพทะเลสาบเขื่อนอุบลรัตน์ได้สวยงาม

การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับทางไปเขื่อนอุบลรัตน์ ก่อนถึงประตูทางเข้าบริเวณเขื่อนจะมีป้ายวัดอยู่ด้านซ้ายมือ หรือจะใช้ทางเข้าวัดซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงพยาลอุบลรัตน์ก็ได้

หน้าวัดพระพุทธบาทภูพานคำ เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานบนยอดเขา ซึ่งฐานของพระพุทธรูปยังมีการสร้างเป็นศาลา พุทธศาสนิกชนสามารถเข้าไปในฐานขององค์พระเพื่อกราบไหว้พระพุทธรูปองค์เล็กที่ประดิษฐานอยู่ภายใน จากถนนหลักจากมิตรภาพเข้ามาทางเขื่อนอุบลรัตน์จะมีแยกเข้าชุมชนเมืองอุบลรัตน์ซึ่งจะมีซุ้มประตูทางเข้าวัดอยู่ขวามือ (ซอยสุขาภิบาล 8) ขับเข้ามาตามทางจะเริ่มมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมบรรยากาศดูสงบมาก

บันไดสวรรค์ หากใครที่ได้เดินขึ้นบันไดนี้มาคงมีความประทับใจไม่น้อยที่ได้ผ่านความยากลำบากขึ้นมาได้ มองย้อนลงไปตามบันไดจะเห็นทิวทัศน์ได้สวยงาม

ศาลหลักเมืองขอนแก่น

“ศาลหลักเมืองขอนแก่น” หรือ “ศาลเทพารักษ์หลักเมือง” ถูกเรียกสั้นๆว่า “อินทร์ตา” ซึ่งเกิดจากการสร้างที่รวมเอาวัฒนธรรมจีนและไทยรวมกัน โดยคนจีนเรียกว่า “ศาลหลักเมืองกง” ส่วนคนไทยเรียกว่า “ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง”

ศาลเทพารักษ์หลักเมือง ประดิษฐานอยู่ที่ศาลาสุขใจ เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนเมืองที่มักจะมาสักการะที่ศาลหลักเมืองแห่งนี้เป็นประจำ บรรยากาศภายในศาลหลักเมืองมีความร่มรื่น และสะอาดตา การออกแบบสถาปัตยกรรมศาลหลักเมืองขอนแก่น ตัวอาคารจะตั้งอยู่ ณ บริเวณจุดเดิม ลักษณะตัวอาคารมีศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ทรวดทรวงและส่วนประกอบงานศิลป์เป็นการอนุรักษ์งานสถาปัตยกรรมที่สำคัญของท้องถิ่นอีสาน ขนาดและรูปทรงเป็นเป็นอาคารโถงจัตุรมุข กว้างขวางโอ่โถงกว่าของเดิมมาก

ผสมผสานกับการสร้างเสาฟ้าดิน ซึ่งเปรียบเสมือนสถานที่รับราชโองการจากสวรรค์มายังโลกมนุษย์ของเง็กเซียนฮ่องเต้ เพื่อประธานโชคลาภให้ผู้คนที่มากราบไหว้ สิ่งหนึ่งที่อยู่คู่กับศาลเจ้าพ่อมานานไม่เคยเปลี่ยนคือหนังกางแปลงหรือหนังแก้บน ซึ่งมีให้เห็นบ่อยครั้งในทุกช่วงของปี อาคารสักการะศาลหลักเมืองขอนแก่นหลังปัจจุบัน เปิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2550 สร้างขึ้นในโครงการบูรณะ พัฒนาปฏิสังขรณ์ศาลหลักเมือง และในวโรกาสมหามงคลสมัยเพื่อน้อมถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชทรงเจริญพระชนมายุ 80พรรษา และเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองจำลองให้ประชาชนได้สักการบูชา ขอพรเจ้าพ่อหลักเมือง

ลักษณะตัวอาคารมีศิลปะและสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ทรวดทรวงและส่วนประกอบงานศิลป์เป็นการอนุรักษ์งานสถาปัตยกรรมที่สำคัญของ ท้องถิ่นอีสาน ขนาดและรูปทรงเป็นเป็นอาคารโถงจัตุรมุข กว้างงขวางโอ่โถงกว่าของเดิมมาก โดยมีขนาดตัวอาคาร 13 x 13 เมตร โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กมีพื้นที่ภายในเป็นห้องโถงรวม 73 ตารางเมตร ย่อมุมตัวอาคารโดยรอบมีระเบียงยื่นทั้ง 4 ด้าน ความสูงจากพื้นลานรอบอาคารถึงถึงยอดฉัตรทองคำรวม 27.50 เมตร หลังคาเป็นทรงจั่วจัตุรมุขหลังคาซ้อน 3 ชั้น และชั้นเครื่องยอดเป็นรูปเจดีย์ศิลปะพื้นเมืองอีสาน สัณฐานเป็นเจดีย์จำลองจากองค์พระธาตุขามแก่น

ปัจจุบันศาลหลักเมืองขอนแก่นดูแลโดยเทศบาลนครขอนแก่น โดยเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 60 ได้มีพิธี รำบวงสรวงขอนแก่นครบรอบ 220 ปี ที่ศาลหลักเมืองขอนแก่น ซึ่งมีประชาชนร่วมรำถึง 35,000 คน
ประวัติของศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น เดิมอยู่บ้านโนนเมือง อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอชุมแพ เป็นระยะทาง 1 ก.ม. บริเวณโดยรอบเป็นเนินดินสูงมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ ล้อมรอบด้วยคลองสองชั้นมีสะพานข้ามและมีทางเข้าออกทางเดียว ชาวอำเภอชุมแพ เรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า “กู่” ก่อนจะไปถึงกู่จะมีรูปพระนอนสลักลงบนหิน ปัจจุบันบริเวณนี้เป็นวัดป่า

เมื่อปี พ.ศ.2498 ประมาณเดือน 4 ได้มีคนแก่มากราบเรียนท่านเจ้าคุณ พระราชสารธรรมมุนี(หลวงพ่อกัณหา) เจ้าคุณเจ้าคณะจังหวัดขอนแก่น วัดศรีนวล เล่าว่ามีอยู่วันหนึ่งเขาได้ไปนอนพักที่โรงนาฝันประหลาดว่าเห็นคนแก่นุ่งห่มชุดขาวบ่นว่า “อยากจะไปอยู่ในเมือง” คืนที่สองฝันอีกว่า “อยากจะไปอยู่ในเมือง” และพูดต่อว่า “อยากจะไปอยู่เป็นมิ่งขวัญของเมือง” พอคืนที่สามก็ได้ฝันลักษณะเดิมอีก จากนั้นพอตื่นขึ้นก็รู้สึกว่าร้อนรนอยู่ไม่ได้นอนไม่ได้ ไม่รู้จะไปปรึกษาใคร ก็เลยเดินทางเข้าในเมืองมาเล่าความฝันให้ท่านเจ้าคุณฟัง และท่านเจ้าคุณได้ถามว่า “ลักษณะตรงนั้นเป็นอย่างไร” คนแก่ตอบว่า “ลักษณะตรงนั้นเป็นกู่เก่า มีป่าขนาดใหญ่ ต้นไม้ขึ้นหนาทึบมีเสาหิน และใบเสมาเป็นจำนวนมาก” ท่านเจ้าคุณก็เลยออกปากว่า “ถ้าเป็นมิ่งเป็นขวัญของเมือง ก็ต้องเป็นหลักเมือง” ประกอบว่าจังหวัดขอนแก่นยังไม่มีหลักเมือง

ท่านเจ้าคุณจึงเรียนให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น คือ หลวงพินิจ และได้มอบหมายให้ฝ่ายพระมหาสุคนธ์ พระอีกจำนวนหนึ่งพร้อมปลัดจังหวัดไปอัญเชิญหลักเมืองออกมาจากกู่ และเกิดอาเพศฝนตกหนัก มีฟ้าผ่าลงมาโดนเสาหลักเมือง (ปัจจุบันเป็นเสาหลักเมืองอำเภอชุมแพ) รถเกิดติดหลุ่มไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ก็เลยปรึกษากันว่า “เฮาเป็นผู้น้อย ผู้ใหญ่บ่ได้มาเพิ่นเลยบ่ไป” และได้อัญเชิญหลักเมืองลงไว้ที่วัดพระนอน แล้วกลับมาเล่าเหตุการณ์ให้ท่านเจ้าคุณฟัง ท่านเจ้าคุณเลยไปอัญเชิญด้วยตัวเองได้นำหมอลำ หนัง มาฉลองที่วัดพระนอนหนึ่งคืน แล้วค่อยอัญเชิญออกมา สี่หลักหลักที่หนึ่งอยู่ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น หลักที่สองอยู่ที่ศาลหลักเมืองอำเภอชุมแพ ส่วนสองหลักที่เหลืออยู่ที่หน้าโบสถ์วัดศรีนวลจังหวัดขอนแก่น ลักษณะหลักเมืองเป็นเสาหินทราย รูปทรง 8 เหลี่ยม สูงประมาณ 3 เมตร มีลายสลักตัวหนังสือขอม

พิธีตั้งเสาหลักเมือง นิมนต์พระมาสวดยกตั้งตามแบบพิธีพุทธ ณ ที่สนามศาลาสุขใจ ท่านเจ้าคุณได้ตั้งชื่อว่า “ศาลเทพารักษ์หลักเมือง” มีนามย่อว่า “อินทร์ตา” การก่อสร้างได้ร่วมกันสร้างทั้งคนจีนและคนไทย นอกจากนี้ได้อัญเชิญอากงอาม่าอยู่รวมกันกับหลักเมือง คนจีนเรียกว่า “ศาลหลักเมืองกง” คนไทยเรียกว่า “ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง” คำบอกเล่านี้ได้จากคุณพ่อจารย์นนท์ ขณะนั้นเป็นมรรคนายกวัดศรีนวล หลังจากได้ก่อสร้างศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเสร็จเรียบร้อย ท่านเจ้าคุณได้แต่งตั้งให้ คุณพ่อจารย์นนท์ เป็นผู้ดูแลรักษาศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สืบทอดจนมาถึงลูกหลานในปัจจุบัน คือ นายสมพงษ์ พูลพุทธา

พระธาตุขามแก่น

พระธาตุขามแก่น สร้างขึ้นประมาณต้นพุทธศตวรรษที่ 25 ตั้งอยู่ในวัดเจติยภูมิ ตำบลบ้านขาม ตามประวัติโดยย่อกล่าวว่า โมริยกษัตริย์ เจ้าเมืองโมรีย์ซึ่งเป็นเมืองอยู่ใน อาณาเขตของประเทศกัมพูชา มีความประสงค์ที่จะนำพระอังคารของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ได้ไว้เมื่อครั้งพระ พุทธเจ้าปรินิพพานใหม่ๆ มาบรรจุ ณ พระธาตุพนม จึงโปรดให้พระอรหันต์และพระเถระเจ้าคณะรวม 9 องค์นำขบวนอัญเชิญพระอังคารมาในครั้งนี้ เมื่อผ่านมาถึงดอนมะขามแห่งหนึ่ง ซึ่งมีต้นมะขามใหญ่ที่ตายแล้วเหลือแต่แก่น

เนื่องจากเป็นเวลาพลบค่ำแล้วและบริเวณนี้ภูมิประเทศราบเรียบดีจึงหยุดคณะพัก ชั่วคราว รุ่งเช้าจึงเดินทางต่อไปถึงภูกำพร้าปรากฏว่าพระธาตุพนมได้สร้างเสร็จแล้ว จึงเดินทางกลับและตั้งใจว่าจะนำพระอังคารธาตุกลับไปประดิษฐานไว้ที่บ้าน เมืองของตน แต่เมื่อเดินทางผ่านดอนมะขามอีกครั้งปรากฏว่าแก่นมะขามที่ตายแล้วนั้นกลับ ยืนต้นแตกกิ่งก้านผลิใบเขียวชอุ่มเป็นที่น่าอัศจรรย์

คณะอัญเชิญพระอังคารธาตุจึงพร้อมใจกันสร้างเจดีย์ครอบต้นมะขามนี้พร้อมกับนำ พระอังคารธาตุและพระพุทธรูปบรรจุไว้ในองค์พระธาตุและให้นามว่าพระธาตุขาม แก่นมาจนทุกวันนี้ พระธาตุขามแก่นถือว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น ทุกปีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 จะมีงานฉลองและนมัสการพระธาตุเป็นประจำ บริเวณด้านข้างก็จะมีโบสถ์สมัยโบราณซึ่งมีสถาปัตยกรรมของการแกะสลักไม้ตรง บริเวณหน้าจั่วที่สวยงาม พร้อมชมภาพวาดแปลกตาที่มีทหารยืนเฝ้าด้านหน้าประตูโบสถ์

เรียกได้ว่า “พระธาตุขามแก่น” นับเป็นปูชนียสถานที่สำคัญคู่เมืองขอนแก่น เป็นจุดยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และมีความศักดิ์สิทธิ์คู่กับชาวอีสานอีกแห่งหนึ่ง ที่ควรแวะเวียนมาสักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคล การเดินทางมายังวัดเจติยภูมิหรือวัดพระธาตุขามแก่น สามารถใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 209 (ขอนแก่น-กาฬสินธุ์) ซึ่งห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 12 กิโลเมตร เมื่อข้ามลำน้ำพองแล้ว เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านโคกสีไปอีกประมาณ 14 กิโลเมตร หรืออีกเส้นทางหนึ่ง ไปตามถนนกสิกรทุ่งสร้าง-ค่ายศรีพัชรินทร์-บ้านโคกท่า ถึงสะพานข้ามแม่น้ำพอง เลี้ยวขวาจะเจอป้ายไปพระธาตุขามแก่นอีกประมาณ 10 กิโลเมตร

พระธาตุแก่นนคร จังหวัดขอนแก่น

เนื่องจากในเดือนนี้มีวันสำคัญทางพระพุทธ ศาสนาคือ วันอาสาฬหบูชา ทางคู่หูเดินทางจึงอยากเชื้อเชิญให้เราชาวพุทธศาสนิกชนทั้งหลาย เข้าวัด ฟังธรรม รักษาศีล เพื่อเป็นการพักผ่อนจิตใจ หลังจากที่เราต้องใช้ชีวิตอย่างเหน็ดเหนื่อยกับโลกในยุคปัจจุบันนี้ ทุกครั้งที่ทางทีมงานได้ออกไปทำคอลัมน์เก็บเกี่ยวเรื่องราวและประสบการณ์ดีๆ มาฝากคุณผู้อ่านก็ไม่เคยพลาดที่จะต้องแวะวัด ทำบุญ กราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของเมืองนั้นๆ เช่นกัน โอกาสนี้เราจึงอยากจะพาคุณผู้อ่านไปกราบนมัสการพระธาตุสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ณ วัดหนองแวง ซึ่งมีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือ พระธาตุ 9 ชั้นอันงดงามตั้งอยู่ที่นั่น พร้อมแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของเมืองขอนแก่น

วัดหนองแวง (พระอารามหลวง) ซึ่งมีพระมหาธาตุแก่นนคร หรือ พระธาตุเก้าชั้น เรือนยอดทรงเจดีย์ (จำลองแบบจากพระธาตุขามแก่น) จัดสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราช สมบัติครบ 50 ปี และมหามังคลานุสรณ์ 200 ปี เมืองขอนแก่น ความสูงขององค์พระธาตุฯ 80 เมตร มีพระจุลธาตุ 4 องค์ ตั้งอยู่ 4 มุมและมีกำแพงแก้วพญานาค 7 เศียรล้อมรอบ เป็นศิลปะสมัยทวาราวดี ผสมผสานศิลปะอินโดจีน ในระหว่างการเดินขึ้นเราจะได้ยินเสียงอันไพเราะก้องกังวานของกระดิ่งที่แขวน ไว้โดยรอบพระธาตุทั้ง 9 ชั้น ทำให้มีความสุขใจในขณะเดินขึ้นไปในแต่ละชั้น พร้อมยังสามารถเดินชมศิลปะและความงดงามของบานประตู ภาพวาด และหน้าต่างแกะสลัก บอกเล่าเรื่องราวเป็นภาพชาดก ภาพพุทธประวัติ ในชั้นบนสุดของพระธาตุเป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุกลางบุษบก อีกทั้งยังเป็นจุดชมวิวทัศนียภาพความสวยงามของเมืองขอนแก่นได้รอบทั้ง 4 ทิศ โดยเฉพาะทางด้านทิศตะวันออกสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของบึงแก่นนครที่มีพื้นที่ กว้างใหญ่ถึง 600 ไร่

ภายในองค์พระธาตุแต่ละชั้น
– ชั้นที่ 1 เป็นหอประชุม มีพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ส่วนอุรังคธาตุ (ส่วนอก) และพระธาตุของพระสาวกประมาณ 100 องค์ ประดิษฐานอยู่ บานประตู หน้าต่าง แกะสลักภาพนิทานเรื่องจำปาสี่ต้น แบบ 3 มิติ และมีจิตรกรรมฝาผนังประวัติศาสตร์เมืองขอนแก่น
– ชั้นที่ 2 เป็นพิพิธภัณฑ์ของชาวอีสาน โดยเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในอดีตที่ค่อนข้างหาดูได้ยากในปัจจุบัน พร้อมทั้งทีการวาดลวดลายบนผนังที่เกี่ยวกับข้อห้ามของคนอีสาน ที่เรียกว่า “คะลำ” ซึ่งเป็นแนวประพฤติตนในการอยู่ร่วมกันของชาวอีสาน โดยแต่ละภาพก็หมายถึงข้อห้ามแต่ละข้อ ซึ่งมีทั้งหมด 35 ข้อ บานประตู หน้าต่าง เขียนลวดลายเบญจรงค์ และภาพแกะสลักนิทานเรื่องสังศิลป์ชัย
– ชั้นที่ 3 เป็นหอปริยัติบานประตู หน้าต่าง เขียนลวดลายเบญจรงค์และภาพแกะสลักนิทานเรื่องนางผมหอม เป็นนิทานที่ได้เล่าสืบต่อกันมาแต่โบราณของชาวอีสาน และในชั้นที่สามนี้ได้รวบรวมตาลปัตร พัดยศ และเครื่องอัฐบริขารของพระภิกษุสงฆ์ที่มีชื่อเสียงในจังหวัดขอนแก่น
– ชั้นที่ 4 เป็นหอปริยัติธรรม ภายในมีพิพิธภัณฑ์ของเก่า ภาพวาดที่บานประตู หน้าต่าง เป็นภาพพระประจำวันเกิด เทพประจำทิศ และตัวพึ่ง-ตัวเสวย
– ชั้นที่ 5 เป็นหอพิพิธภัณฑ์ มีบริขารของหลวงปู่พระครูปลัดบุษบา สุมโน อดีตเจ้าอาวาสวัดรูปที่ 6 บานประตูหน้าต่างแกะสลักภาพพุทธชาดก
– ชั้นที่ 6 เป็นหอพระอุปัชฌายาจารย์ บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานชาดกเรื่องเวสสันดร
– ชั้นที่ 7 เป็นหอพระอรหันต์สาวก บานประตูหน้าต่างแกะสลักนิทานเรื่องพระเตย์มีใบ้
– ชั้นที่ 8 เป็นหอพระธรรม เป็นที่รวบรวมพระธรรม คัมภีร์สำคัญทางพระพุทธศาสนา พระไตรปิฏก ฯลฯ บานประตูแกะสลักรูปพรหม 16 ชั้น
– ชั้นที่ 9 เป็นหอพระพุทธ ตรงกลางมีบุษบก เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า บานประตูแกะสลักภาพ 3 มิติ รูปพรหม 16 ชั้น

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 8.00 – 18.00 น.

AVANI Khon Kaen Hotel & Convention Centre

AVANI Khon Kaen Hotel & Convention Centre

AVANI Khon Kaen Hotel & Convention Centre

 

AVANI Khon Kaen Hotel & Convention Centre

มีทำเลอยู่ห่างจากศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซาโดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ 10 นาที โรงแรมมีรถรับส่งฟรี ห้องอาหาร สปาและพื้นที่จอดรถฟรีในสถานที่

 

ห้องพักปรับอากาศมีตู้นิรภัยส่วนบุคคล

โต๊ะทำงานและโทรทัศน์จอแบน ห้องน้ำในตัวมีเครื่องใช้ในห้องน้ำและอ่างอาบน้ำ ผู้เข้าพักสามารถว่ายน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งหรือรับบริการนวดที่สปา มีศูนย์ออกกำลังกายในสถานที่ พนักงานที่โต๊ะบริการทัวร์สามารถให้ความช่วยเหลือจัดเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวห้องอาหารในสถานที่มีอาหารต่างประเทศและอาหารไทย

 

AVANI Khon Kaen Hotel & Convention Centre มีทำเลอยู่ห่างจากสนามบินขอนแก่นโดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ 15 นาที

ที่พักแห่งนี้ได้รับการลงความเห็นว่ามีทำเลดีที่สุดในขอนแก่น! โดยผู้เข้าพักชอบทำเลของที่นี่มากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับที่พักอื่น ๆ ในย่านนี้

 

คู่รักชอบทำเลนี้เป็นพิเศษ โดยให้คะแนน 8.2 สำหรับการเข้าพัก 2 ท่าน ที่พักแห่งนี้ได้รับการลงความเห็นว่าคุ้มค่าเงินที่สุดในขอนแก่น! โดยคุ้มค่ากว่าเมื่อเปรียบเทียบกับที่พักอื่น ๆ ในเมืองนี้

 

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น

 

“พ.ศ.2519 ครั้งแรกของการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์ในประเทศไทย” ถ้านับๆดูแล้วก็ผ่านมาเกือบ 40 ปีเลยทีเดียวนะคะ วันนี้เราจะพาไปเจอกับไดโนเสาร์ที่มีอายุเป็นล้านๆปีกันเลย เดากันได้มั้ยคะว่าวันนี้เราจะไปเที่ยว ณ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งใดกัน ใบ้ให้นิดนึงแล้วกันค่ะว่า ‘พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดขอนแก่น’ พอจะเดากันได้มั้ยคะ?

 

“พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง” อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่นนี่เองค่ะ งั้นเราอย่าเสียเวลาอันมีค่าของเราเลยค่ะ ไปทำความรู้จักกับพิพิธภัณฑ์นี้กันดีกว่าค่ะว่าทำไมเราถึงต้องเดินทางไปดูให้เห็นกับตาให้ได้ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นะคะเน้นการจัดแสดงหรือการวางเรื่องราวให้เกี่ยวข้องกับเรื่องของซากดึกดำบรรพ์ค่ะ และในพ.ศ.2519 อย่างที่เล่าไปแล้วค่ะว่าเป็นครั้งแรกของการค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์เป็นที่แรกของเมืองไทย บริเวณห้วยประตูตีหมา ฟอสซิลกระดูกชิ้นที่พบนั้นมีความกว้างยาวประมาณ 1 ฟุต จากการศึกษาวิจัยพบว่ามีฟอสซิลชิ้นนี้ลักษณะใกล้เคียงกับไดโนเสาร์ซอโรพอด ซึ่งมีขนาดใหญ่ยาวประมาณ 15 เมตร และจากการตรวจสอบพบว่าเป็นส่วนปลายล่างสุดของกระดูกต้นขาของไดโนเสาร์จำพวกกินพืช ทำให้เกิดการเริ่มต้นการสำรวจไดโนเสาร์ที่ภูเวียงอย่างจริงจังในปี 2524 ค่ะ ในปีนั้นเองค่ะที่ได้พบ กระดูกไดโนเสาร์ชนิดกินพืชขนาดใหญ่ ฟันจระเข้ กระดองเต่า ฟันและเกล็ดปลาโบราณ

 

จากการค้นพบนี้เองค่ะ ที่เป็นการค้นพบที่สร้างชื่อเสียงให้กับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นอย่างมาก มีการตั้งชื่อฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ค้นพบว่า “ภูเวียงโกซอรัส สิรินธรณี” การที่ใช้ชื่อนี้ยิ่งทำให้ผู้คนไม่ว่าจะเป็นคนไทยเองก็ดี หรือคนต่างชาติ ต่างกูมีการพูดถึงฟอสซิลไดโนเสาร์ที่ค้นพบกันอย่างกว้างขวาง ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาแหล่งขุดค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์รวมกันถึง 9 หลุม ให้ได้ความรู้กลับไปอย่างเต็มที่เลยนะคะ เพราะ หลังจากที่มีการค้นพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ชิ้นแรกแล้ว ยังได้มีการขุดค้นพบซากฟอสซิลรวมถึงรอยเท้าไดโนเสาร์อีกด้วยค่ะ

 

  • โดยหลุมที่ 1 “ประตูตีหมา” จัดแสดงเรื่องของฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์ขนาดใหญ่จำนวนมากมายที่เรียงรายอยู่ในส่วนของชั้นหินค่ะ
  • หลุมที่ 2 “ถ้ำเจีย” ส่วนนี้จัดแสดงฟอสซิลไดโนเสาร์ในส่วนคอของไดโนเสาร์ซอโรพอดที่นำมาเรียงต่อกันได้จำนวน 6 ขิ้น
  • หลุมที่ 3 “ห้วยประตูตีหมา” ส่วนนี้มีการพบกระดูกสันหลังและกระดูกซี่โครงหลายชิ้นที่เป็นของไดโนเสาร์กินพืชขนาดใหญ่
  • หลุมที่ 4 “โนนสาวเอ้” ณ บริเวณนี้ พบฟอสซิลกระจายเป็นบริเวณกว้างกว่า 10 ตารางเมตร ประกอบด้วยกระดูกไดโนเสาร์ซอโรพอดขนาดใหญ่ และที่อยู่ในวัยเยาว์ นอกจากนั้นยังพบเกล็ดปลาเลปิโดเทสและกระดองเต่า
  • หลุมที่ 5 “ซำหญ้าคา” หลุมที่ 6 “คงเค็ง” หลุมที่ 7 “ภูน้อย” ในบริเวณ 3 จุดนี้ มีการขุดค้นพบไดโนเสาร์ทั้งขนาดใหญ่และที่ยังเยาว์ และยังพบฟอสซิลของจระเข้ขนาดเล็กอีกด้วย
  • หลุมที่ 8 “หินลาดป่าชาด” ในบริเวณหลุมขุดค้นนี้ได้พบกับรอยเท้าไดโนเสาร์ มากกว่า 60 รอยใน 10 แนวทางเดิน เป็นของไดโนเสาร์พวกกินเนื้อขนาดเล็ก ซึ่งเดินด้วย 2 ขาหลัง
  • และในหลุมที่ 9 “หินลาดยาว” ซึ่งเป็นหลุมสุดท้ายนั้น มีการจัดแสดงการขุดค้นพบกับกระดูกสันหลังหลายชิ้นที่โผล่มาจากชั้นหินทรายสีแดงของหมวดหินเสาขัว และยังพบส่วนของสะโพกด้านซ้ายและกระดูกส่วนหางกว่า 10 ชิ้น ของพวกไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 6.5 เมตร

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าหากนักท่องเที่ยวท่านใดหรือผู้ที่สนใจในเรื่องของซากดึกดำบรรพ์ และในเรื่องของไดโนเสาร์แล้วล่ะก็ ไม่ควรที่จะพลาดเข้าไปชม เข้าไปศึกษาพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเป็นอันขาดเลยค่ะ เพราะ นอกจากจะได้พบกับเรื่องราวที่เราอาจไม่เคยทราบไม่เคยรู้มาก่อน เรายังได้ความสนุกได้ความรู้มากมายจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย ไม่ต้องไปไกลถึงเมืองนอก และไม่ว่าจะเป็นการขุดค้นพบอะไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นแค่ชิ้นส่วนที่เล็กที่สุด หรือใหญ่ที่สุดก็ตาม การค้นพบทั้งหมดทั้งมวลย่อมมีคุณค่าต่อมนุษยชาติอย่างที่สุดเช่นกันค่ะ

Thorfun Resort

Thorfun Resort

312 ถนน กสิกรทุ่งสร้าง ตำบล ศิลา, 40000 Ban Nong Waeng, ไทย

 

Thorfun Resort

Thorfun Resort

 

            Thorfun Resort ให้บริการที่พักในบ้านหนองแวง อยู่ห่างจากตัวเมืองขอนแก่น 2.7 กม. มีบริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) ฟรี ห้องพักทุกห้องมีโทรทัศน์จอแบนสนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบินขอนแก่นซึ่งอยู่ห่างจาก Thorfun Resort เป็นระยะทาง 6 กม.

สถานที่สำคัญซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด

  • บึงทุ่งสร้าง2.2 km
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น2.4 km
  • สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดขอนแก่น2.9 km
  • เซ็นทรัลพลาซา ขอนแก่น3.4 km
  • สถานีรถไฟขอนแก่น4 km
  • บึงแก่นนคร4.9 km
  • มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ5.1 km
  • ตลาดต้นตาล5.2 km

สนามบินที่ใกล้ที่สุด

  • สนามบินขอนแก่น6.2 km

สัตว์เลี้ยง

ไม่อนุญาตให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าพัก

รับเฉพาะเงินสด

ที่พักแห่งนี้รับชำระด้วยเงินสดเท่านั้น

 

เด็กและเตียงเสริมไม่รองรับผู้เข้าพักเด็กสามารถเพิ่มเตียงเสริมในห้องพักได้

โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด

โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด

โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด

 

 

 

 

 

รายละเอียดเพิ่มเติม

 โรงแรมมีบริการรับส่งจากสนามบิน (อาจมีค่าบริการ) ผู้เข้าพักต้องติดต่อโรงแรมล่วงหน้าเพื่อแจ้งรายละเอียดวันเดินทาง โดยใช้ข้อมูลการติดต่อที่อยู่ในใบการยืนยันการจอง ต้องมีการจองล่วงหน้าสำหรับบริการนวดและทรีทเมนท์สปา โดยติดต่อโรงแรมก่อนวันเข้าพัก ตามข้อมูลติดต่อในใบยืนยันการจอง ค่าธรรมเนียมรีสอร์ทรวมอยู่ในยอดรวมที่แสดงแล้ว เด็กที่อายุไม่เกิน 12 ปี จำนวน 1 คน สามารถเข้าพักได้ฟรีในห้องเดียวกับผู้ปกครองหรือผู้ดูแลโดยใช้เตียงนอนที่มีอยู่แล้วในห้องพัก อาจมีการจำกัดการเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่าง ผู้เข้าพักสามารถติดต่อโรงแรมเพื่อขอทราบรายละเอียดตามข้อมูลการติดต่อในใบการยืนยันการจอง

โรงแรมพูลแมน ขอนแก่น ราชา ออคิด
สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงแรม

เตาบาร์บีคิว บาร์/เลานจ์ บริการพี่เลี้ยงเด็กหรือดูแลเด็ก ลิฟต์ ฟิตเนส บริการสปาครบวงจร ฝ่ายต้อนรับ 24 ชั่วโมง บาร์ริมสระว่ายน้ำ ศูนย์ธุรกิจ พื้นที่จัดการประชุม ห้องทรีทเมนต์สปา พนักงานเปิดประตู/ยกกระเป๋า

 

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัว

  • โรงแรมสำหรับครอบครัว
  • สระว่ายน้ำกลางแจ้ง
  • สระว่ายน้ำสำหรับเด็ก
  • Wi-Fi ฟรี
  • บริการพี่เลี้ยงหรือดูแลเด็ก (คิดค่าบริการ)
  • ตู้เย็น
  • เครื่องเล่นดีวีดี
  • มีให้บริการในพื้นที่ส่วนกลางบางแห่ง: Wifi ฟรี , อินเทอร์เน็ตแบบใช้สายฟรี

 

ที่จอดรถ

  • ที่จอดรถฟรี, ที่จอดรถ (พื้นที่จำกัด)

 

สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง

  • เครื่องนอนระดับพรีเมียม เครื่องปรับอากาศ โทรศัพท์ ตู้เย็น มินิบาร์ เครื่องชงกาแฟ/ชา น้ำดื่มบรรจุขวดฟรี บริการทำความสะอาดทุกวัน ห้องน้ำส่วนตัว เสื้อคลุมอาบน้ำ ของใช้ในห้องน้ำฟรี ไดร์เป่าผม

 

กินและดื่ม

  • มีอาหารเช้าแบบคอนทิเนลตัลให้บริการทุกวัน (คิดค่าบริการ) ระหว่างเวลา 6:00 น. – 10:00 น.

 

กิจกรรมในบริเวณใกล้เคียง

  • ภายในโรงแรมมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งและสระว่ายน้ำสำหรับเด็ก สิ่งอำนวยความสะดวกด้านนันทนาการอื่นๆ ได้แก่ ซาวหน้า และฟิตเนส

 

บริการสปา

  • Le Spa มีห้องทรีทเมนท์ 11 ห้อง รวมถึงห้องสำหรับคู่รักและพื้นที่ทรีทเมนท์กลางแจ้ง บริการต่างๆ ได้แก่ การนวดด้วยหินร้อน การนวดเพื่อคลายความเมื่อยล้าจากการเล่นกีฬา การนวดไทย และคอร์สนวด สปามีบริการบำบัดที่หลากหลายอาทิเช่น ทรีทเมนท์อายุรเวท และการนวดกดจุด สปาแห่งนี้มีอ่างสปา และห้องอบไอน้ำ

 

สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ

  • หากมีคำขอพิเศษสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการโดยเฉพาะ โปรดแจ้งความประสงค์ที่หน้าชำระเงินขณะจอง

ห้องน้ำสำหรับผู้พิการ ห้องอาบน้ำสำหรับผู้ใช้รถเข็น สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพักสำหรับผู้พิการ

รถรับจ้างชลบุรี บริการทั่วไทย ประสบการณ์ มากกว่า 10 ปี

รถรับจ้าง ชลบุรี

รถรับจ้างชลบุรี บริการรับจ้าง ขนย้ายทั่วไทย บริการด้วยใจ ใส่ใจคุณภาพ ขนย้ายโดยทีมงานคุณภาพ ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี

เหน่งบริการ บริการรับจ้างขนย้ายทั่วไป เช่น ย้ายบ้าน, ย้ายบูธ, ย้ายโรงงาน, ย้ายสำนักงาน อื่นๆ มีรถให้บริการมากมาย หลายขนาด จะเล็กจะใหญ่ จะไกล้จะไกล เราไปทั่วทุกที่บริการไม่มีวันหยุด สายด่วนตลอด 24ชั่วโมง

รถรับจ้างชลบุรี เหน่งบริการ ให้บริการมาอย่างยาวนาน บริหารงานโดยคุณเหน่ง ที่เข้ามาดูแลกิจการต่อจากคุณพ่อ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมามากกว่า 10 ปี เราจึงเข้าใจในงานบริการเป็นอย่างดี เน้นเรื่องความปลอดภัย รถที่ให้บริการต้องพร้อมทุกคันทั้งเรื่องสภาพรถ เราดูแลตรวจสอบอย่างสมำเสมอ บริการด้วยใจ ใส่ใจคุณภาพ พร้อมรับประกันความเสียหายหากสิ่งของชำรุด

นอกจากนี้ คนขับรถของเรายังได้รับการอบรมการฝึกขับรถมาเป็นอย่างดี เพื่อความปลอดภัยต่อทรัพย์สิน และชีวิตของผู้ใช้บริการ เราจึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เสมอมา ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่า เมื่อมาใช้บริการกับเราจะไม่เสียใจอย่างแน่นอน เหน่งบริการ ยินดีรับใช้ตลอด 24 ชั่วโมง เรียกใช้บริการได้ที่ โทร. 094-9066277 Line id : 0949066277

10 ที่เที่ยวสไตล์ขอนแก่น

ขอนแก่น ถือว่าเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียเหนือที่ตั้งอยู่ในบริเวณกึ่งกลางของภุมิภาค เป็นเมืองที่มีความเจริญเป็นอย่างยิ่ง เเละเป็นเมืองศูนย์กลางของภูมิภาค เพราะมีทั้งสนามบินเเละมหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งเป็นเเหล่งการศึกษาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคตะวันออกเแยงเหนือ ทำให้จังหวัดเเห่งนี้มีประชากรมากเเละเป็นเเหล่งรวมความทันสมัยเเละสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่น่าสนใจมากมาย รวมทั้งประเพณีวัฒนธรรม เเละเเหล่งโบราณคดีที่สำคัญทั้งให้จังหวัดที่มีคำขวัญว่า พระธาตุขามแก่น เสียงแคนดอกคูน ศูนย์รวมผ้าไหม ร่วมใจผูกเสี่ยว เที่ยวขอนแก่นนครใหญ่ ไดโนเสาร์สิรินธรเน่ สุดเท่เหรียญทองแรกมวยโอลิมปิก เป็นอีกหนึ่งในจังหวัดที่น่ามาเที่ยว

    10 ที่เที่ยวสไตล์ขอนแก่น ก็มีหลายเเห่งที่หากคุณมาเที่ยวจังหวัดขอนแก่นเเล้วไม่ควรพลาดมาเที่ยวชมความสวยงามของสถานที่เหล่านี้

ที่เที่ยวขอนแก่น

ขอบคุณ ภาพจาก https://th.wikipedia.org/wiki/พระธาตุขามแก่น

 

 

พระธาตุขามแก่น นั้นเป็นปูชนียสถานสำคัญที่มีความสำคัญเเละเก่าเเก่อย่างมากของจังหวัดขอนแก่น เเละเป็นที่มาของชื่อเรียกขานจังหวัดเเห่งนี้ด้วย โดยมีการกล่าวกันว่าพระธาตุเเห่งนี้สร้างขึ้นหลังพระธาตุพนมไม่นานนัก ประมาณ พ.ศ.500 เเละเป็นที่ประดิษฐานของพระอังคารธาตุ ซึ่งเเต่เดิมเเล้วมีความตั้งใจจะนำไปบรรจุรวมในพระธาตุพนมเเต่เดินทางไปถึงช้า จึงทำให้ไม่ได้นำบรรจุเข้าไว้ในพระธาตุพนม เเละบนเส้นทางกลับมานั้นเมื่อมาถึงบริเวณที่ตั้งของพระธาตุในปัจจุบันนั้นก็พบกับตอมะขามที่ตายเเล้วมีต้นงอกออกมาให้ ซึ่งตอมะขามนี้เป็นที่พักพระธาตุเมื่อช่วงขาไป จึงทำการสร้าง พระธาตุขามแก่น

(เพิ่มเติม…)